พระพิราพปาฏิหาริย์บันดาลทรัพย์

วันศุกร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2554

การทำแม่พิมพ์พระพุทธรูป

ลำดับขั้นตอนการทำพิมพ์พระพุทธรูป
หลังจากส่งงานแกะโฟมพระปรางค์วัดอรุณฯ
ก็เลยถือโอกาสนี้ทำพระตามที่ตั้งใจไว้เมื่อปีที่แล้ว
ประกอบกับงานนี้มีเจ้าภาพและเจ้าภาพก็รอมาตั้งแต่ออกพรรษา
ปีที่แล้ว มาเสร็จเอาก็ช่วงนี้แหละครับ
ขนาดก็เท่าคนจริงหรือเล็กกว่านิดหน่อย
ลำดับขั้นตอนการทำแม่พิมพ์พระพุทธรูป

หลังจากได้ต้นแบบที่เป็นขี้ผึ้งแล้วก็เตรียมการทำแม่พิมพ์
แบ่งพิมพ์กั้นพิมพ์
ดูในบทความพระพิราพและการทำพิมพ์พระพิราพประกอบ
ลำดับขั้นตอนการทำแม่พิมพ์พระพุทธรูป
งานนี้เลือกใช้ยางซิลิโคนครับ
ทายางซิลิโคน-ปูผ้าสลับกันไปให้ได้ความหนาตามความเหมาะสม
และก็ทำพิมพ์ครอบตามปกติ
(ดูการทำพิมพ์พระพิราพประกอบ)

ลำดับขั้นตอนการทำแม่พิมพ์พระพุทธรูป
ด้านหลังก็เหมือนกันครับขั้นตอนก็เริ่มเหมือนกันกับด้านหน้า


ลำดับขั้นตอนการทำแม่พิมพ์พระพุทธรูป
ดึงแม่พิมพ์ครอบออกและก็ดึงแม่พิมพ์ยางซิลิโคนออก
ก็จะได้ดังในรูป
ส่วนนี้ผึ้งนั้นก็นำไปหลอมสำหรับงานปั้นต่อไป
ส่วนขั้นตอนการหล่อไฟเบอร์นั้นผมเคยลงไว้แล้วในเรื่อง
พระพิราพองค์ใหญ่หาดูย้อนหลังได้

ลำดับขั้นตอนการทำแม่พิมพ์พระพุทธรูป
ขัดแต่งทำสีเสร็จก็ออกมาอย่างที่เห็นนะครับ
ส่วนจะยังไงต่อไปก็ เร็วๆนี้ครับ
...............
http://www.art-86.blogspot.com/







วันพฤหัสบดีที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2554

กะลาตาเดียว

กะลาตาเดียวแกะพระราหูอมพระอาทิตย์
หลังจากส่งงานแกะโฟมรูปพระปรางค์วัดอรุณฯไปแล้ว
ก็เป็นช่วงที่อยากจะทำงานบางชิ้นบางอันที่ตั้งใจไว้ให้เสร็จ
ก็ไปได้ชิ้นส่วนของกะลาตาเดียวมาชิ้นหนึ่ง
ทีแรกก็ตั้งใจว่าจะแกะเฉพาะยันตร์หน้าและยันตร์หล้ง
อย่างละอัน
ทำไปทำมาก็ยังอยากจะได้รูปพระราหูอยู่ดี
ก็ออกมาอย่างที่เห็นนี่แหละครับ

กะลาตาเดียวแกะพระราหูอมพระอาทิตย์
ส่วนด้านหลังของกะลาตาเดียวนั้นก็ลงยันตร์สุริยะประภาเหมือนกัน
แล้วทีนี้จะรู้ได้ไงว่า อันไหน
พระราหูอมจันทร์,พระราหูอมพระอาทิตย์
ก็ลองดูรูปข้างล่างนะครับ
รูปพระราหูอมจันทร์,พระราหูอมพระอาทิตย์
ที่ดัดแปลงมาเป็นพระราหูอุ้มดวง,พระราหูหนุนดวง ฯลฯ
แล้วแต่จะเรียก โดยดูที่มือของพระราหู
จะมีลักษณะ อุ้มหรือประคองไว้

พระราหูอุ้มดวง,พระราหูหนุนดวง
เนื่องจากกะลาลูกนี้เป็นกะลาตาเดียวตัวเมีย
มี 3 ซีก
ดังนั้นด้านนี้จึงลงเป็นยันตร์จันทรประภา

และอีกด้านนี้ ก็เป็นยันตร์สุริยะประภา
ทีนี้ความแตกต่างของยันตร์ทั้งสองเมื่อเทียบกันดูก็คงรู้แล้วนะครับ
ว่าอันไหนเป็น พระราหูอมจันทร์,พระราหูอมพระอาทิตย์
.................
ส่วนสีของกะลาตาเดียวลูกนี้จะต่างจากลูก
ที่ผมเคยนำลงไว้ในบทความที่ผ่านๆมา
ที่บางลูกก็สีน้ำตาลแดง
บางลูกก็สีดำสนิท
แล้วทำไมลูกนี้สีจึงขาวนวล
หรือจะเป็นกะลาตาเดียวเผือก...........
.........กะลาเผือกตาเดียว........
ก็แล้วแต่จะเรียกครับ

...............



วันพุธที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

เชลซี ฟลาวเวอร์ โชว์ 2011 โดย สวนนงนุช

เชลซี ฟลาวเวอร์ โชว์ โดย สวนนงนุช


The RSH Chelsea Flower Show







เชลซี ฟลาวเวอร์ โชว์ แกะโฟมพระปรางค์วัดอรุณฯ





พอดีรับงานแกะโฟมมางานหนึ่ง ตอนปลายปี 2553


เป็นการแกะโฟมพระปรางค์วัดอรุณฯครับ


ทีแรกก็นึกในใจว่าคงเป็นงานประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวทั่วไป


ที่จัดงานในเมืองทองธานี.......


แต่ไม่ใช่ครับ


งานนี้ไปไกลกว่านั้น




เชลซี ฟลาวเวอร์ โชว์แกะโฟมพระปรางค์วัดอรุณฯ



งานนี้ก็ยากตรงที่รายละเอียดของงานนั้นมันมากมายจริงๆ



และโฟมที่ใช้ก็เป็นโฟมชนิดไม่ลามไฟ



ซึ่งบางโรงงานก็ไม่ผลิต



โรงงานที่ผมสั่งซื้อประจำก็ต้องมีเวลาอย่างน้อยก็ 2-3 วัน



ไหนจะต้องแบ่งตัดชี้นงานให้สามารถขนส่งและประกอบชิ้นงานได้ง่าย



แต่ก็โชคดีตรงที่



ทางพี่ที่ให้งานมาทำก็พยายามอำนวยความสะดวกทุกอย่าง



ทั้งเรื่องแบบ ตัวเลข-สัดส่วน รวมถึงการตรวจงาน



และให้คำปรึกษาเป็นระยะๆ






เชลซี ฟลาวเวอร์ โชว์แกะโฟมพระปรางค์วัดอรุณฯ



รายละเอียดบางอย่างบางอันของพระปรางค์นั้นก็ต้องตัดทอนออกไป



แต่ครั้งจะทอนออกมากก็จะเสียรูปทรงของพระปรางค์เอง







เชลซี ฟลาวเวอร์ โชว์แกะโฟมพระปรางค์วัดอรุณฯ



ส่วนช้างที่เห็นนี้ก็ส่วนหนึ่งของงานนี้ครับ




ทั้งหมดจะถูกปิดทับ-ตกแต่งด้วยดอกไม้ทั้งหมดทั้งตัว



เชลซี ฟลาวเวอร์ โชว์ แกะโฟมพระปรางค์วัดอรุณฯ

สิงห์ที่เห็นนี้ก็ใช่ครับจะถูกประดับด้วยดอกไม้ทั้งหมด
............
ดูจากรูปบนสุดก็จะเห็นว่า
งานที่ผมทำนั้นมันเป็นเพียงส่วนเล็กน้อย
เท่านั้นเองเมื่อเทียบกับงานทั้งหมด
เพราะงานที่เห็น จะถูกนำไปประดับตกแต่ง
ด้วยดอกไม้พืชพันธุ์นาๆชนิด
จะกี่หมื่นกี่แสนดอกผมก็คำนวนไม่ถูก
เพราะเคยเห็นงานตัวอย่างมาบ้างแล้ว
และได้ยินมาว่างานนี้เขาให้ใช้วัสดุธรรมชาติ 80%
และสิ่งประดิษฐ์เพียง 20%
หลังจากประดับประดาด้วยดอกไม้เสร็จ สวยงามตามใจนึกแล้วก็
ตัองเดินทางไกลไปถึงที่ เมืองเชลซี ประเทศอังกฤษ
ในงาน........
The RHS Chelsea Flower Show 2011
ช่วงวันที่ 23-28 พ.ค.
........
ถึงตรงนี้ผมก็คงเอาใจช่วยได้อย่างเดียวครับ
เพราะหมดหน้าที่ผมแล้ว
น่าเห็นใจก็ทีมงานที่ประดับดอกไม้ครับ
เทียบกับตัวอย่างงานที่เห็น กับปริมาณงานที่ตั้งทำ
บวกกับระยะเวลาที่เหลืออีก 2 เดือน
ถือว่าหินมากๆครับ
สำเร็จสมปรารถนา นะครับ สวนนงนุชและผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน
...........

วันพฤหัสบดีที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2553

แกะโฟม

แกะโฟม

แกะโฟม

แกะโฟมกินนร,กินรี




มีอยู่วันหนึ่งเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นพร้อมกับคำถามว่า


ผมเลิกทำงานแกะโฟมแล้วเหรอ


เห็นพักหลังๆมานี่ในบล็อกมีแต่งานที่ออกไปในแนวงาน


ปั้น หล่อเต็มไปหมด


คำตอบก็ที่เห็นนี่แหละครับ


ก็ยังรับอยู่เป็นปกติ แต่ที่พักหลังลงแต่งานปั้นหล่อ มากสักหน่อย


ก็เพราะจังหวะพาไป




......


ในการเขียนบล็อกของผมไม่มีการวางแผนล่วงหน้า


ไม่มีการเตรียมล่วงหน้า


ว่างก็ลุยเลย


บางงานก็ลืมถ่ายรูป





แกะโฟมพระปราค์วัดอรุณฯ
ชิ้นส่วนบางอันของพระปราค์วัดอรุณฯ



แกะโฟมพระปราค์วัดอรุณฯ
เอาไว้หลังปีใหม่งานแกะโฟมพระปรางค์วัดอรุณฯนี้
จะนำมาลงให้เห็นลำดับการทำงานต่างๆ



แกะโฟมสัตว์หิมพานต์


รูปต่างๆขนาดก็ประมาณ 2.5 เมตร



แกะโฟม
ส่วนนี่ก็เป็นตอนที่แกะยังไม่เสร็จ





หลังจากที่แกะโฟมเสร็จแล้วก็ขัดแต่งผิง รองพื้น


แล้วก็ทำสีครับ




แกะโฟม



ส่วนปีนี้ก็คงพอแค่นี้ครับ


ในปี 2554 นี้ ยังมีงานใหญ่รออยู่


ส่วนจะเป็นอะไรนั้นก็คงต้องค่อยๆติดตามกันครับ


หรือจะเข้าไปดูงานอื่นก็








หรือไม่ก็






สำหรับวันนี้


สวัสดีครับ


........





วันอังคารที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2553

กะลาตาเดียว

กะลาตาเดียวลูกที่ 3
มันเป็นเรื่องของจังหวะที่ค่อนข้างจะขบกันนิดๆ
มันมีเวลาอยู่นิดนึงถ้าจะทำงานหลักก็คงทำอะไรได้ไม่มาก
ไอ้การที่จะทำงานอย่างอื่น ฝนก็ตกหนัก
หันรีหันขวางไปเจอเอากะลาตาเดียวพอดี
ก็เลยจับมาร่างเส้นเบาๆไว้กะว่าจะแกะตอนว่าง
ทำไปทำมาฝนทำท่าว่าจะตกยาวก็เลยลงสิ่งซะเลย
แต่จากประสบการณ์การแกะกะลาตาเดียวที่ผ่านมา
มันก็ยังไม่ได้ดังใจเท่าไหร่
ลูกแรกก็แกะแบบเกร็งๆ
ลูกที่สองก็เอียง
พอมาถึงลูกที่สามก็ที่เห็นนี่แหละครับ
กะลาตาเดียวลูกที่3
กะลาตาเดียวลูกนี้จะมีพิเศษกว่าลูกอื่นๆก็คือ
มีการแกะยันต์จันทระประภาลงไปด้วย
ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

กะลาตาเดียวลูกที่3
กะลาตาเดียวแกะยันต์จันทระประภาด้านหลัง
ถ้าเกิดมีใครสงสัยว่าแล้วผมเขียนยันต์เป็น?
หรือเขียนได้ยังไง?
ก็ตอบว่า...ก็ถามท่านผู้รู้ครับ
ขอให้ท่านสาธิตวิธีการเขียนให้ดู แล้วผมก็มาซ้อมมือเพิ่มเติม
ระหว่างที่รอจะส่งคืนท่านเจ้าของกะลาตาเดียวลูกนี้
ผมก็เลยถือโอกาสตั้งไว้บนโต๊ะหมู่บูชาพระที่บ้านไปพลางๆ
วางคู่กับกะลาตาเดียวลูกที่ 2 ที่เก็บไว้บูชาเอง


กะลาตาเดียวลูกที่2
หลังจากที่รู้วิธีการเขียนยันต์พระราหูแล้ว
ก็นึกอยากจะเขียนลงบนกะลาตาเดียวของตัวเองบ้าง
แต่ก็ยังสองจิตสองใจว่าจะเขียนเป็น
ยันต์จันทระประภาหรือยันต์สุริยะประภา ดี
สังเกตุให้ดีลูกนี้แกะเอียงครับ
ประมาทไปหน่อยไม่ได้วัดระยะและดิ่ง
แต่ก็อย่างว่า ครับ งานทำมือ


กะลาตาเดียวลูกที่1
กะลาตาเดียวลูกนี้ไม่รู้ไปตกอยู่ส่วนไหนของโลก
เพราะตั้งแต่รับแกะ จนส่งงานไปก็ หายไปเลยครับ
มีแต่ฝากบอกคนข้างๆว่าจะส่ง
กะลาตาเดียวลูกสวยๆมาให้ตอบแทนน้ำใจหนึ่งลูก
นี่ถ้าใด้มาจริงๆก็คงจะแกะเป็น
พระราหูลงยันต์สุริยะประภาหน้าหล้ง
และพระราหูลงยันต์จันทระประภาหน้าหล้ง
อย่างละลูกคงสนุกน่าดู

*********************

กะลาตาเดียวที่นำมาลงไว้นี้ขอย้ำว่าทำเป็นงานอดิเรกนะครับ
ทำเพราะอยากทำ อยากลอง นึกสนุกเข้าว่า
แต่พอได้ไปอ่านตำรับตำราที่อาจารย์ท่านทั้งหลาย
แต่งบรรยายไว้เห็นท่านบอกว่า
ยันต์พระราหูที่ทำถูกต้องครบถ้วนตามตำรานั้น
หาได้เป็นสอง รองยันต์ใดๆในโลกนี้ไม่
ว่ากันขนาดนั้นเลยทีเดียว
.......

เดี๋ยวคราวหน้าว่าจะหากะลาตาเดียวที่แตกหรือเป็นเศษ
มาซักชิ้นว่าจะลองแกะเป็นรูปพระพิราพ
พ่อแก่ หรือพระพิฆเนศวร ดู
ขนาดน่าจะเอาให้พอเหมาะกับการแขวนคอ
ก็น่าจะสวยไปอีกแบบและเป็นของที่ไม่ค่อยมีคนทำ
เพราะบางคนเคยบอกว่ากะลาตาเดียวเป็นของมีอาถรรพ์ในตัว
ไม่ต้องปลุกเสกก็ขลัง ว่างั้น
ก็เอาไว้งานเพลาๆมือเมื่อไหร่คงได้มีโอกาสนำเสนอครับ
สำหรับวันนี้สว้สดีครับ
พรุ่งนี้งานหนักยังรออยู่
......