พระพิราพปาฏิหาริย์บันดาลทรัพย์

วันพุธที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

เชลซี ฟลาวเวอร์ โชว์ 2011 โดย สวนนงนุช

เชลซี ฟลาวเวอร์ โชว์ 2011 โดย สวนนงนุช 2




เชลซี ฟลาวเวอร์ โชว์ 2011 โดย สวนนงนุช 2



เชลซี ฟลาวเวอร์ โชว์ 2011 โดย สวนนงนุช 2



เชลซี ฟลาวเวอร์ โชว์ 2011 โดย สวนนงนุช









เมื่อต้นเดือน พ.ค. ที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปเที่ยวสวนนงนุช









อีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไปแบบ อยากจะไปดูว่า งานแกะโฟม









พระปรางค์วัดอรุณฯที่ทำไปเมื่อต้นปีที่แล้ว เมื่อประดับดอกไม้เสร็จแล้ว









ออกมาจะมีหน้าตายังไง











เชลซี ฟลาวเวอร์ โชว์ 2011 โดย สวนนงนุช

และงานนี้ก็เป็นการแถลงข่าวก่อนการเดินทาง
ไปร่วมงานที่ประเทศอังกฤษอีกด้วย
ส่วนเนื้อหาข่าวต่างๆก็คงจะหาอ่านได้ตามหน้าสื่อทั่วไปครับ
เพราะเห็นไปกันหลายช่อง หลายรายการ ทั้งสื่อโทรทัศน์และสื่อสิ่งพิมพ์

เชลซี ฟลาวเวอร์ โชว์ 2011 โดย สวนนงนุช

ก็ดูเอาเองครับความสวยสดงดงามความปราณีต
การวางสีสันที่สดใสเป็นลวดลายแบบไทยๆ


เชลซี ฟลาวเวอร์ โชว์ 2011 โดย สวนนงนุช
ในบางจุดที่เห็นนอกจากจะใช้ดอกบานไม่รู้โรยติดเป็นดอกๆแล้ว
ก็ยังมีการใช้กลีบดอกติดเป็นลวดลายด้วย










เชลซี ฟลาวเวอร์ โชว์ 2011 โดย สวนนงนุช
ส่วนยอดของพระปรางค์วัดอรุณฯครับ


เชลซี ฟลาวเวอร์ โชว์ 2011 โดย สวนนงนุช
บรรไดทางขึ้นพระปางค์











เชลซี ฟลาวเวอร์ โชว์ 2011 โดย สวนนงนุช


















มุมนี้เป็นส่วนฐานมณฑปทิศ










เชลซี ฟลาวเวอร์ โชว์ 2011 โดย สวนนงนุช










ช้างน้อยตัวนี้เมื่อประดับดอกไม้แล้วก็น่ารักไปอีกแบบ




















เชลซี ฟลาวเวอร์ โชว์ 2011 โดย สวนนงนุช
ส่วนนี่ก็เป็นภาพเบื้องหลังของงานประดับดอกไม้









จากที่เห็นเป็นโฟมแท่งขาวๆเมื่อประดับดอกไม้เสร็จ









ก็ออกมาอย่างที่เห็นครับ









ใช้ดอกไม้จริง ทั้งดอกไม้แห้งและดอกไม้สด









ทั้งย้อมสีและสีตามธรรมชาติ









งานจริงอลังการกว่านี้มากครับ









แต่ที่นำมาเสนอนี้เป็นแต่เพียงส่วนน้อยนิดเท่านั้นเอง









แค่ 20% ของงานทั้งหมด









.....









สำหรับวันนี้ก็พอแค่นี้ครับ









อ่านเรื่องอื่นๆได้จากลิ๊งค์ข้างๆนะครับ









สวัสดี









........

วันศุกร์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2554

กะลาแกะพระราหู


กะลาแกะพระราหู

ระยะหลังๆมานี่มีกะลาตาเดียวมาให้แกะเยอะครับ

แต่ลูกที่นำมาลงในบล็อกวันนี้

พิเศษหน่อย ลูกกลม ดำขลับ ขนาดกำลังสวย

แกะค่อนข้างยาก ลื่น เพราะมีน้ำมันใหลตลอดเวลา


กะลาแกะพระราหู

ดูให้ดีจะเห็นว่าเป็นคนละลูกกับที่ผมเคยลงในบล็อกนะครับ

ส่วนจะแตกต่างกันยังไงก็เปรียบเทียบดูเอาเอง


กะลาแกะพระราหู

แต่ที่เหมือนกันก็คือนอกจากแกะพระราหูแล้ว

ด้านหลังก็แกะด้วยสังข์กัจจายทับบนพระปิดตาอีกที

กะลาแกะพระราหู ดูกับใกล้ๆอีกทีครับ ส่วนน้ำมันที่ซึมออกมาและผงกะลาที่เกิดจากการแกะนั้น ก็เก็บไว้อย่างดีครับ รอเวลาหาของเล่นแปลกๆใหม่ๆ คงมีโอกาสได้ใช้แน่ กะลาแกะพระราหู ถ้าดูด้านบนก็จะเห็นว่ามะพร้าวลูกนี้ไม่มีตาครับ หรือที่นิยมเรียกกันว่ากะลาตาบอด กะลามหาอุด,กะลามหาอุต ....................

วันศุกร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2554

พระพุทธรูป

ต่อจากบทความตอนที่แล้วครับ

วันอาทิตย์ ที่ 27 มี.ค. 2554 เป็นวันพระพอดี

ออกเดินทางจากที่นัดหมาย โดยใช้เส้นทาง ปิ่นเกล้า-นครชัยศรี

ผ่านทางเข้าวัดศรีษะทอง(วัดพระราหู)

ไปหน่อยก็จะเจอทางเข้าวัดบ่อตะกั่ว

เลี้ยวซ้ายเข้าไปประมาณ 7-8 กิโลเมตร

ผ่านวัดบ่อตะกั่วไปอีกหน่อย

ก็เลี้ยวซ้ายอีกที ไปที่วัดโคกพระเจดีย์


พอไปถึงก็มีชาวบ้านส่วนหนึ่งพร้อมกับพระเจ้าภาพ

กำลังรอต้อนรับอยู่ครับ

ไปถึงก็แห่พระรอบโบสถ์ 3 รอบ

แล้วนำพระเข้าโบสถ์

ส่วนนี้เป็นส่วนของพระเจ้าภาพครับ

จุดธูปเทียนตามประเพณี


ประพรมน้ำมนต์ตามประเพณี

จากนั้นก็นำพระขึ้นไว้บนศาลา จัดเตรียมอาหารคาวหวานเลี้ยงพระ (เลี้ยงพระเพล) นอกจากนี้แล้วก็ยังมีการโยงสายสิญย์ พร้อมร่วมกันกล่าวคำถวายพระพุทธรูป พระสงฆ์ให้ศีลให้พร กรวดน้ำ ก็เป็นอันเสร็จพิธี จากนั้นก็นั่งคุยกันกับพระเจ้าภาพถึงสาเหตุการสร้างพระ พร้อมรับแจกพระเหรียญที่ระลึก สักพักก็กราบลา แยกย้ายกันกลับ ............ งานนี้ผมก็ออกแรงเป็นหลักครับ เพราะกำลังทรัพย์นัอย แล้วก็บอกกล่าวกันเฉพาะในกลุ่ม เอาแค่เสร็จหนึ่งองค์ก็พอ ถ้าบอกคนมากก็จะได้เงินมาก ตัวผมก็จะร้อนมากตามไปด้วย ......... ครั้งหน้าก็จะสร้างอีกองค์ครับ จะแล้วเสร็จก็ไม่น่าจะเกิน เดือน พฤษภาคม นี้ เหตุก็เนื่องมาจาก ในกลุ่มก๊วนเดียวกันเกิดเดือนพฤษภาฯหลายคน และทุกคนก็เห็นดีที่จะสร้างอีกองค์ครับ สำหรับวันนี้ก็พอแค่นี้ครับ สวัสดี ..........

วันศุกร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2554

การทำแม่พิมพ์พระพุทธรูป

ลำดับขั้นตอนการทำพิมพ์พระพุทธรูป
หลังจากส่งงานแกะโฟมพระปรางค์วัดอรุณฯ
ก็เลยถือโอกาสนี้ทำพระตามที่ตั้งใจไว้เมื่อปีที่แล้ว
ประกอบกับงานนี้มีเจ้าภาพและเจ้าภาพก็รอมาตั้งแต่ออกพรรษา
ปีที่แล้ว มาเสร็จเอาก็ช่วงนี้แหละครับ
ขนาดก็เท่าคนจริงหรือเล็กกว่านิดหน่อย
ลำดับขั้นตอนการทำแม่พิมพ์พระพุทธรูป

หลังจากได้ต้นแบบที่เป็นขี้ผึ้งแล้วก็เตรียมการทำแม่พิมพ์
แบ่งพิมพ์กั้นพิมพ์
ดูในบทความพระพิราพและการทำพิมพ์พระพิราพประกอบ
ลำดับขั้นตอนการทำแม่พิมพ์พระพุทธรูป
งานนี้เลือกใช้ยางซิลิโคนครับ
ทายางซิลิโคน-ปูผ้าสลับกันไปให้ได้ความหนาตามความเหมาะสม
และก็ทำพิมพ์ครอบตามปกติ
(ดูการทำพิมพ์พระพิราพประกอบ)

ลำดับขั้นตอนการทำแม่พิมพ์พระพุทธรูป
ด้านหลังก็เหมือนกันครับขั้นตอนก็เริ่มเหมือนกันกับด้านหน้า


ลำดับขั้นตอนการทำแม่พิมพ์พระพุทธรูป
ดึงแม่พิมพ์ครอบออกและก็ดึงแม่พิมพ์ยางซิลิโคนออก
ก็จะได้ดังในรูป
ส่วนนี้ผึ้งนั้นก็นำไปหลอมสำหรับงานปั้นต่อไป
ส่วนขั้นตอนการหล่อไฟเบอร์นั้นผมเคยลงไว้แล้วในเรื่อง
พระพิราพองค์ใหญ่หาดูย้อนหลังได้

ลำดับขั้นตอนการทำแม่พิมพ์พระพุทธรูป
ขัดแต่งทำสีเสร็จก็ออกมาอย่างที่เห็นนะครับ
ส่วนจะยังไงต่อไปก็ เร็วๆนี้ครับ
...............
http://www.art-86.blogspot.com/







วันพฤหัสบดีที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2554

กะลาตาเดียว

กะลาตาเดียวแกะพระราหูอมพระอาทิตย์
หลังจากส่งงานแกะโฟมรูปพระปรางค์วัดอรุณฯไปแล้ว
ก็เป็นช่วงที่อยากจะทำงานบางชิ้นบางอันที่ตั้งใจไว้ให้เสร็จ
ก็ไปได้ชิ้นส่วนของกะลาตาเดียวมาชิ้นหนึ่ง
ทีแรกก็ตั้งใจว่าจะแกะเฉพาะยันตร์หน้าและยันตร์หล้ง
อย่างละอัน
ทำไปทำมาก็ยังอยากจะได้รูปพระราหูอยู่ดี
ก็ออกมาอย่างที่เห็นนี่แหละครับ

กะลาตาเดียวแกะพระราหูอมพระอาทิตย์
ส่วนด้านหลังของกะลาตาเดียวนั้นก็ลงยันตร์สุริยะประภาเหมือนกัน
แล้วทีนี้จะรู้ได้ไงว่า อันไหน
พระราหูอมจันทร์,พระราหูอมพระอาทิตย์
ก็ลองดูรูปข้างล่างนะครับ
รูปพระราหูอมจันทร์,พระราหูอมพระอาทิตย์
ที่ดัดแปลงมาเป็นพระราหูอุ้มดวง,พระราหูหนุนดวง ฯลฯ
แล้วแต่จะเรียก โดยดูที่มือของพระราหู
จะมีลักษณะ อุ้มหรือประคองไว้

พระราหูอุ้มดวง,พระราหูหนุนดวง
เนื่องจากกะลาลูกนี้เป็นกะลาตาเดียวตัวเมีย
มี 3 ซีก
ดังนั้นด้านนี้จึงลงเป็นยันตร์จันทรประภา

และอีกด้านนี้ ก็เป็นยันตร์สุริยะประภา
ทีนี้ความแตกต่างของยันตร์ทั้งสองเมื่อเทียบกันดูก็คงรู้แล้วนะครับ
ว่าอันไหนเป็น พระราหูอมจันทร์,พระราหูอมพระอาทิตย์
.................
ส่วนสีของกะลาตาเดียวลูกนี้จะต่างจากลูก
ที่ผมเคยนำลงไว้ในบทความที่ผ่านๆมา
ที่บางลูกก็สีน้ำตาลแดง
บางลูกก็สีดำสนิท
แล้วทำไมลูกนี้สีจึงขาวนวล
หรือจะเป็นกะลาตาเดียวเผือก...........
.........กะลาเผือกตาเดียว........
ก็แล้วแต่จะเรียกครับ

...............